หาว เกิดจากอะไร หาวบ่อย เป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่

หาว เป็นกระบวนการที่มักเกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ มีลักษณะอาการ คือ อ้าปากแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นำอากาศเข้าสู่ปอด ก่อนจะหายใจออกมา หาวอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือยาวนานหลายวินาทีก่อนที่คนจะอ้าปากเพื่อหาว โดยกระบวนการหาวอาจเกิดร่วมกับการมีน้ำตาไหล การยืดกล้ามเนื้อ หรือการเกิดเสียงในขณะหาวได้ด้วยเช่นกัน

ทำไมคนเราต้องหาว ?

ความง่วง ความเมื่อยล้า ความเบื่อหน่าย แม้นักวิจัยยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดของการหาวได้ แต่ยังมีทฤษฎีหลักเกี่ยวกับสาเหตุของการหาว คือ ความง่วง ความเมื่อยล้า และความเบื่อหน่าย เช่น เมื่อเรากำลังเบื่อหรือเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เราจะไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ การหาวจะช่วยให้เราสามารถหายใจเข้าลึก ๆ นำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น ในขณะที่หายใจออกนำเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสเลือดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

กระบวนการสร้างความเย็นแก่สมอง ทฤษฎีนี้นำเสนอว่า การหาวอาจช่วยลดอุณหภูมิภายในสมองได้ โดยในขณะที่หาว การยืดกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณลำคอ ใบหน้า และศีรษะ โดยการหายใจเข้าลึก ๆ ในขณะหาว จะนำเอาอากาศเย็นเข้าไปผ่านทางปาก และอากาศเย็นเหล่านี้จะเพิ่มความเย็นแก่น้ำไขสันหลังและเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสมองต่อไปอีกทฤษฎีเกี่ยวกับสาเหตุของการหาว คือ หาวเพื่อยืดเนื้อเยื่อปอด รวมทั้งการยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการหาว จะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ผู้ที่หาวรู้สึกกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้นด้วย กระตุ้นสารหล่อลื่นภายในปอด อีกความเชื่อหนึ่ง คือ การหาวเป็นปฏิกิริยาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างสารหล่อลื่นที่ทำให้เนื้อเยื่อภายในปอดชุ่มชื้น และป้องกันปอดทำงานล้มเหลว ตามทฤษฎีนี้เชื่อว่า หากเราไม่หาว จะทำให้การหายใจเข้าลึก ๆ เป็นไปอย่างยากลำบากขึ้น

หาวบ่อย เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ ?

หาวบ่อย คือ อาการหาวที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ มากกว่า 1 ครั้ง/นาที แม้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของการหาวอาจมาจากความง่วง ความอ่อนเพลีย และความเบื่อหน่าย แต่ในบางครั้ง การหาวมากผิดปกติอาจเป็นผลมาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคและภาวะที่ต้องการการรักษา เช่น

– มีปัญหาในการนอน ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ หรือโรคลมหลับ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ เนื่องจากไม่สามารถหลับสนิท

– ได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น กลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า หรือกลุ่มยารักษาภาวะวิตกกังวล ซึ่งจะมีผลข้างเคียงเป็นอาการง่วงซึม นอนไม่หลับ

– ภาวะเลือดออกภายในหัวใจ หรือเนื้อเยื่อบริเวณหัวใจ

หาว ต้องรักษาให้หายหรือไม่ ?

อาการหาวไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเหมือนอาการป่วยอื่น ๆ ทุกคนทุกเพศทุกวัยล้วนต้องหาว เช่นเดียวกันกับสัตว์มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่ เพราะการหาวเป็นกระบวนการหนึ่งของร่างกายที่เป็นไปตามธรรมชาติ หากต้องเผชิญกับอาการหาวบ่อย ๆ จากความง่วง ความเมื่อยล้า และความเบื่อหน่าย ที่ไม่มีสาเหตุปัจจัยจากการเจ็บป่วยอื่น ๆ อาจบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

– นอนหลับให้เต็มที่ พักผ่อนอย่างเพียงพอกับเวลานอนที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอายุ หากกำลังเจ็บป่วยด้วยอาการไข้หรือไข้หวัด ผู้ป่วยอาจต้องการการพักผ่อนยาวนานกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น

– กำจัดอุปสรรคที่รบกวนการนอน ปิดเสียงและแสงที่อาจรบกวนการนอนได้ ไม่รับประทานอาหารก่อนเข้านอน ไม่ทำกิจกรรมอื่น ๆ บนเตียงก่อนเข้านอน เช่น ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือ

– สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย ควรเริ่มกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันตามปกติ เพื่อไม่ให้อยู่ในภาวะเมื่อยล้าอ่อนเพลียนานจนเกินไป

– รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสม และไม่อดอาหาร โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า

ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำ

– ทำกิจกรรมนอกบ้านและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า แต่ไม่ควรออกกำลังกายใกล้กับเวลาเข้านอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการนอนได้

– หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มที่เสี่ยงทำให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า หรือง่วงซึม หากจำเป็นต้องใช้ยา สามารถปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับวิธีการใช้ยาหรือการปรับยาได้

-งดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน ไม่สูบบุหรี่ และไม่ใช้ยาเสพติด

หากเป็นอาการหาวบ่อย ๆ ที่เกิดจากภาวะเจ็บป่วยอื่น ๆ ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ โดยแพทย์จะพิจารณารักษาตามอาการป่วยด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป เช่น

– มีปัญหาในการนอน แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ เช่น เข้านอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกายหรือหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด รวมทั้งอาจจ่ายยานอนหลับเพื่อช่วยรักษาบรรเทาอาการด้วย

– ผลข้างเคียงจากการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้ลดปริมาณยารักษาที่ใช้อยู่ เปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่น หรือหยุดใช้ยาชนิดนั้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และไม่ปรับยาหรือหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันด้วยตนเอง

นอกจากนี้ หากมีอาการหาวบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากโรคหรือภาวะเจ็บป่วยที่รุนแรง ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมจากแพทย์อย่างเร่งด่วน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคลมชัก ตับวาย เป็นต้น

ข้อมูลจาก : https://www.pobpad.com

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้ในการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อการให้บริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณต้องการดำเนินการต่อ เราจะถือว่าคุณยอมรับนโยบายการเรียกใช้คุกกี้ของเรา อ่านรายละเอียดที่นี่